
โน๊ตบุ๊คเอาขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่? ตามกฎสายการบินไทย
คำตอบสั้นๆ คือโน๊ตบุ๊คเอาขึ้นเครื่องบินได้แน่นอน ทั้งสายการบินไทยและสายการบินต่างประเทศแทบทุกแห่งอนุญาตให้ผู้โดยสารพกโน๊ตบุ๊คขึ้นห้องโดยสารในฐานะสัมภาระติดตัว โดยถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดบนเครื่องบิน เพียงแค่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องขนาดกระเป๋า น้ำหนักสัมภาระ และข้อกำหนดด้านแบตเตอรี่ลิเธียมตามมาตรฐานสากล
บทความนี้จะพาไปดูภาพรวมตั้งแต่กฎของสายการบินไทย ขั้นตอนการผ่านจุดตรวจ X-Ray การเตรียมตัวเรื่องแบตเตอรี่และค่า Wh ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน รวมถึงคำถามยอดฮิตอย่างถือโน๊ตบุ๊คขึ้นเครื่องได้กี่เครื่อง และอุปกรณ์เสริมชิ้นไหนพกได้บ้าง เพื่อให้การเดินทางครั้งถัดไปของคุณราบรื่นและไม่ติดปัญหาที่ด่านตรวจ

สายการบินภายในประเทศและระหว่างประเทศของไทยทั้ง Thai Airways, Thai AirAsia, Nok Air และ Thai Lion Air ต่างอนุญาตให้นำโน๊ตบุ๊คขึ้นเครื่องได้ทั้งแบบถือเข้าห้องโดยสาร (Carry-on) และโหลดใต้ท้องเครื่อง (Checked-in) โดยจัดอยู่ในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่นำติดตัวกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
แม้กฎจะค่อนข้างยืดหยุ่น แต่ก็ยังมีข้อแม้ที่ต้องระวังอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดของกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ค่าวัตต์-ชั่วโมงของแบตเตอรี่ลิเธียม และแนวปฏิบัติเฉพาะของแต่ละสายการบินที่อาจแตกต่างกันเล็กน้อย ผู้โดยสารจึงควรเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้ก่อนเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินหรือจุดตรวจความปลอดภัย
ก่อนยกโน๊ตบุ๊คใส่กระเป๋าไปสนามบิน มีเงื่อนไขหลักสามเรื่องที่ต้องเช็คให้ครบ
ขนาดและน้ำหนักของกระเป๋าถือขึ้นเครื่องต้องไม่เกินที่สายการบินกำหนด โดยทั่วไปอยู่ที่ 7 กิโลกรัมและขนาดไม่เกิน 56x36x23 เซนติเมตร ซึ่งรวมน้ำหนักโน๊ตบุ๊คเข้าไปด้วย
ค่าวัตต์-ชั่วโมง (Wh) ของแบตเตอรี่ลิเธียมต้องอยู่ในเกณฑ์ที่อนุญาต โน๊ตบุ๊คทั่วไปผ่านสบาย แต่รุ่นเกมมิ่งหรือเวิร์กสเตชันบางรุ่นอาจต้องขออนุญาตล่วงหน้า
ต้องปิดเครื่องหรือเข้าโหมด Sleep ขณะเครื่องขึ้น-ลง และห้ามชาร์จไฟผ่านปลั๊กที่นั่งในช่วงเวลาดังกล่าว
นอกจากเงื่อนไขด้านบน ยังมีข้อห้ามที่หลายคนพลาดและอาจโดนเจ้าหน้าที่เรียกตรวจหรือยึดของได้
ห้ามเสียบชาร์จโน๊ตบุ๊คขณะเครื่องบิน takeoff และ landing เพราะกระแสไฟอาจรบกวนระบบและเสี่ยงเกิดประกายไฟ
ห้ามนำ Power Bank โหลดใส่กระเป๋าใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด ต้องถือขึ้นห้องโดยสารเท่านั้น เพราะเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมที่เสี่ยงลุกไหม้ในที่อับ
ห้ามโหลดโน๊ตบุ๊คใต้ท้องเครื่องโดยไม่มีกล่องหรือโฟมกันกระแทก เพราะแรงเหวี่ยงระหว่างขนถ่ายอาจทำให้หน้าจอแตกหรือฮาร์ดดิสก์เสียหาย
ห้ามเปิดเครื่องทำงานขณะที่สัญญาณ Fasten Seatbelt ติด และห้ามใช้งาน Wi-Fi/Bluetooth หากไม่ได้รับอนุญาตจากลูกเรือ
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการพาโน๊ตบุ๊คเดินทางคือถือขึ้นห้องโดยสารไปกับตัว ไม่ใช่โหลดลงใต้ท้องเครื่อง สายการบินไทยทุกเจ้าและสายการบินสากลต่างแนะนำแนวทางเดียวกัน เพราะโน๊ตบุ๊คเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบางและมีแบตเตอรี่ลิเธียมอยู่ภายใน การเก็บไว้ใกล้ตัวจึงควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่าทุกกรณี
เหตุผลหลักมีสามด้านที่จะอธิบายต่อในหัวข้อย่อยถัดไป ทั้งเรื่องความเสียหายทางกายภาพจากการขนถ่ายสัมภาระ ข้อกำหนดสากลของ ICAO เรื่องแบตเตอรี่ลิเธียม และความปลอดภัยของข้อมูลภายในเครื่อง ใครที่พกโน๊ตบุ๊คสำหรับทำงานติดตัวไปทำงานนอกสถานที่หรือเดินทางบ่อย ควรยึดหลัก Carry-on เป็นมาตรฐานเอาไว้เลย จะลดปัญหาปวดหัวปลายทางได้มาก
กระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่องต้องผ่านสายพานลำเลียง การโยน การกดทับจากกระเป๋าใบอื่น และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดเที่ยวบิน หน้าจอโน๊ตบุ๊คอาจแตกร้าวจากแรงกระแทกที่มองไม่เห็น ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนเสี่ยงหัวอ่านกระแทกจนข้อมูลหาย และความชื้นกับอากาศเย็นจัดในห้องเก็บสัมภาระยังทำให้เกิดหยดน้ำเกาะบนแผงวงจรเมื่อเครื่องลงจอด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเสียหายที่ประกันสายการบินส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือ ICAO กำหนดให้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าอันตราย เพราะมีโอกาสเกิดปฏิกิริยา Thermal Runaway ซึ่งเป็นความร้อนสะสมที่ลุกลามจนกลายเป็นไฟไหม้ได้เอง หากเกิดเหตุในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องที่ลูกเรือไม่สามารถเข้าถึงได้ทันท่วงที ความเสียหายอาจรุนแรงถึงขั้นกระทบความปลอดภัยของเที่ยวบินทั้งลำ
ด้วยเหตุนี้ ICAO จึงบังคับให้แบตเตอรี่ลิเธียมที่ติดอยู่กับอุปกรณ์อย่างโน๊ตบุ๊คต้องนำขึ้นห้องโดยสารเท่านั้น เพื่อให้ผู้โดยสารและลูกเรือสังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันที สายการบินทุกแห่งในไทยก็ปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกันนี้ และยังกำหนดเพดานความจุพลังงานของแบตเป็นหน่วยวัตต์-ชั่วโมงเพื่อแบ่งระดับความเสี่ยง ซึ่งจะอธิบายตัวเลขที่ใช้จริงในหัวข้อถัดไป
การถือโน๊ตบุ๊คขึ้นห้องโดยสารยังช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านข้อมูลที่หลายคนมองข้าม กระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่องมีโอกาสถูกเปิดตรวจซ้ำโดยที่เจ้าของไม่อยู่ด้วย หรือในกรณีเลวร้ายอาจสูญหายระหว่างเปลี่ยนเครื่อง ทำให้ข้อมูลงาน บัญชีที่ล็อกอินค้างไว้ และไฟล์ส่วนตัวตกอยู่ในความเสี่ยง การพกติดตัวตลอดเส้นทางจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดทั้งกับตัวเครื่องและข้อมูลภายใน
เมื่อเดินถึงจุดตรวจความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่ผู้โดยสารขาออก โน๊ตบุ๊คถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะภาพจากเครื่อง X-Ray มักทึบและซ้อนกับสายไฟภายในจนแยกออกจากวัตถุอื่นยาก ผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงต้องหยิบโน๊ตบุ๊คออกจากกระเป๋าและวางในตะกร้าแยกตามขั้นตอนมาตรฐานของท่าอากาศยานในไทยและต่างประเทศ
การเตรียมตัวมาให้พร้อมตั้งแต่ก่อนถึงสายพานจะช่วยให้ผ่านจุดตรวจได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรื้อกระเป๋ากลางทาง และลดโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะขอตรวจซ้ำ ในส่วนต่อไปจะอธิบายเป็นขั้นตอนย่อยตั้งแต่การจัดกระเป๋า การวางในตะกร้า กรณีที่เคสหนาเป็นพิเศษ ไปจนถึงสิ่งที่ควรเตรียมหากเจ้าหน้าที่ขอให้เปิดเครื่องให้ดู
ก่อนถึงคิวสายพาน X-Ray ควรเลือกใช้กระเป๋าเป้หรือกระเป๋าโน๊ตบุ๊คที่มีช่องด้านนอกหรือช่องซิปแยกเฉพาะสำหรับเครื่อง เพื่อให้หยิบออกมาวางตะกร้าได้ในไม่กี่วินาที ไม่ต้องเปิดช่องหลักรื้อเสื้อผ้าหรือเอกสารกลางแถว วิธีง่ายๆ คือจัดโน๊ตบุ๊คไว้บนสุดตั้งแต่ออกจากบ้าน และเก็บสาย อะแดปเตอร์และอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ชิ้นเล็ก ไว้ในกระเป๋าใบเดียวกันแต่คนละช่อง จะช่วยให้ขั้นตอนหลังจากนี้ลื่นไหลและไม่ทำให้คนต่อแถวข้างหลังต้องรอ
เมื่อถึงคิวสายพาน ให้หยิบโน๊ตบุ๊คออกจากกระเป๋าแล้ววางในตะกร้าใบเดี่ยวโดยไม่มีของอื่นทับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแจ็คเก็ต หนังสือ หรือกระเป๋าสตางค์ เพราะเครื่อง X-Ray ต้องการภาพที่ชัดเจนเพื่อยืนยันว่าด้านในเป็นโน๊ตบุ๊คจริงและไม่มีวัตถุต้องสงสัยซ่อนอยู่ การวางทับกันมักทำให้เจ้าหน้าที่เรียกตรวจซ้ำและเสียเวลาทั้งตัวคุณและผู้โดยสารคนอื่น วางหงายฝาขึ้นในแนวราบกลางตะกร้าจะให้ผลภาพดีที่สุด
โน๊ตบุ๊คบางรุ่นที่สวมเคสกันกระแทกหนาหรือเคสหนังแบบฝาพับสองชั้น อาจทำให้ภาพจากเครื่อง X-Ray ดูทึบจนเจ้าหน้าที่อ่านโครงสร้างภายในไม่ชัด หากเจอกรณีนี้เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ขอให้ถอดเคสออกแล้ววางเข้าเครื่องสแกนใหม่อีกรอบ แนะนำให้เลือกเคสบางหรือซองผ้าแบบถอดง่ายตั้งแต่ตอนแพ็คกระเป๋า จะช่วยให้ผ่านจุดตรวจได้เร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาแกะหน้าสายพาน
ในบางสนามบินเจ้าหน้าที่อาจสุ่มขอเปิดเครื่องเพื่อยืนยันว่าเป็นโน๊ตบุ๊คใช้งานจริง ไม่ใช่กล่องดัดแปลง สิ่งที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้ามีดังนี้
ชาร์จแบตให้เหลือไฟอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ก่อนออกจากบ้าน เพื่อให้เปิดเครื่องและบูตเข้า OS ได้ทันที
จำรหัสผ่าน Windows หรือ macOS ให้แม่น ไม่ควรพึ่ง Face ID หรือ Fingerprint อย่างเดียว เพราะบางครั้งเซ็นเซอร์ใช้ไม่ติด
ปิด BitLocker หรือรหัสเข้ารหัสฮาร์ดดิสก์ที่ต้องใส่ key ยาว ๆ ไว้ก่อน หรือเก็บ key ไว้ในมือถือเผื่อต้องใช้
เก็บ Adapter ไว้ใกล้ตัวเผื่อต้องเสียบชาร์จในกรณีที่แบตไม่พอจริง ๆ ระหว่างรอตรวจ

หน่วยที่สายการบินใช้วัดแบตเตอรี่ลิเธียมคือ Watt-hour หรือ Wh ซึ่งคำนวณจากแรงดันคูณความจุ ตัวเลขนี้สำคัญเพราะเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนขึ้นเครื่องได้เลย เครื่องไหนต้องขออนุญาต และเครื่องไหนห้ามนำขึ้นเด็ดขาด ก่อนเดินทางลองพลิกดูใต้เครื่องหรือสเปกของรุ่นที่ใช้ ถ้ากำลังมองหาราคาโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่พกพาสะดวก ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงปลอดภัยอยู่แล้ว ตารางด้านล่างสรุปกฎและตัวอย่างรุ่นที่พบเจอบ่อยให้เทียบได้ทันที
|
ช่วงความจุแบต |
เงื่อนไขขึ้นเครื่อง |
ตัวอย่างโน๊ตบุ๊คทั่วไป |
|
ต่ำกว่า 100 Wh |
นำขึ้นห้องโดยสารได้เลย ไม่ต้องขออนุญาต |
โน๊ตบุ๊คบางเบา 13-15 นิ้วทั่วไป เช่น Ultrabook, MacBook Air, MacBook Pro 14 |
|
100-160 Wh |
ต้องแจ้งและขออนุญาตจากสายการบินก่อนเดินทาง พกได้ไม่เกิน 2 ก้อน |
โน๊ตบุ๊คเกมมิ่งและ Workstation รุ่นใหญ่ 17 นิ้ว เช่น ROG Strix Scar, MSI Titan บางรุ่น |
|
มากกว่า 160 Wh |
ห้ามนำขึ้นทั้งห้องโดยสารและใต้ท้องเครื่อง |
แบตสำรองอุตสาหกรรมหรือแบตดัดแปลงเฉพาะทาง ไม่พบในโน๊ตบุ๊คผู้บริโภคทั่วไป |
ต่อจากเรื่องแบตในตัวเครื่อง อุปกรณ์เสริมที่พกไปด้วยก็มีกฎคนละชุดกัน ข่าวดีคือของส่วนใหญ่ที่ใช้คู่กับโน๊ตบุ๊คอย่างที่ชาร์จ สายชาร์จ เมาส์ คีย์บอร์ดพกพา และ External SSD สามารถนำขึ้นเครื่องได้ทั้งแบบถือขึ้นห้องโดยสารและโหลดใต้ท้องเครื่อง ขอแค่จัดเก็บให้เรียบร้อย ไม่พันสายมั่ว และหยิบออกได้ง่ายตอนเจ้าหน้าที่ขอตรวจ
สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือกลุ่มที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมในตัว เช่น Power Bank ซึ่งห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด ต้องถือขึ้นห้องโดยสารเท่านั้น ก่อนเดินทางแนะนำให้รวมอุปกรณ์เสริมคอมที่ใช้งานบ่อยไว้ในกระเป๋าใบเดียวกับโน๊ตบุ๊ค จะช่วยให้ผ่านจุดตรวจสะดวกขึ้นมาก รายละเอียดของแต่ละชิ้นและขีดจำกัดที่ควรรู้จะอธิบายต่อในหัวข้อย่อยถัดไป
สรุปเงื่อนไขอุปกรณ์เสริม 4 ชิ้นที่พกไปกับโน๊ตบุ๊คบ่อยที่สุด เพื่อให้รู้ว่าชิ้นไหนใส่กระเป๋าใบไหนได้บ้าง
Adapter และสายชาร์จโน๊ตบุ๊ค ถือขึ้นห้องโดยสารหรือโหลดใต้ท้องเครื่องได้ทั้งคู่ แนะนำให้ม้วนสายให้เรียบร้อย ใส่ซองแยกเพื่อไม่ให้พันกับของอื่นตอนผ่าน X-Ray
Power Bank ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด ต้องถือขึ้นห้องโดยสารเท่านั้น และต้องระบุค่า Wh ชัดเจน โดยทั่วไปไม่เกิน 100Wh นำขึ้นได้เลย ส่วน 100-160Wh ต้องแจ้งสายการบินก่อน
Mouse และ Keyboard พกพา ไม่มีข้อจำกัดพิเศษ นำขึ้นได้ทั้งสองแบบ ถ้าเป็นคีย์บอร์ดไร้สายที่มีแบตในตัวให้ปิดสวิตช์ก่อนเก็บเพื่อกันเปิดเองระหว่างเดินทาง
External SSD และแฟลชไดร์ฟ พกได้อิสระทั้งถือขึ้นและโหลด แต่แนะนำให้เก็บไว้ใน Carry-on เพื่อกันกระแทกและกันหาย ถ้าต้องการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลก่อนเดินทาง เลือกได้จากssd ราคาหลากหลายความจุ
Power Bank เป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียวที่กฎเข้มที่สุด สายการบินทุกเจ้าห้ามใส่กระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด เพราะแบตลิเธียมเสี่ยงลัดวงจรและติดไฟในห้องเก็บสัมภาระที่ไม่มีคนเฝ้า ต้องพกติดตัวขึ้นห้องโดยสารเท่านั้น และที่ตัวเครื่องควรมีฉลากบอกค่า Wh หรือ mAh ชัดเจน ถ้าฉลากลบเลือนจนอ่านไม่ออก เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ยึดทันที
เกณฑ์ที่ใช้ทั่วไปคือไม่เกิน 100Wh พกขึ้นเครื่องได้ไม่จำกัดจำนวน ส่วน 100-160Wh ต้องแจ้งสายการบินล่วงหน้าและจำกัดไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน หากเกิน 160Wh ห้ามนำขึ้นทุกกรณี สำหรับ Power Bank ทั่วไปที่ขายในไทยส่วนใหญ่อยู่ที่ 10,000-20,000 mAh ซึ่งเทียบเป็น Wh ประมาณ 37-74Wh จึงนำขึ้นได้สบายโดยไม่ต้องขออนุญาตเพิ่ม
อุปกรณ์เสริมกลุ่มนี้ไม่มีแบตเตอรี่ลิเธียมขนาดใหญ่ในตัว สายการบินจึงไม่ได้กำหนดข้อจำกัดเป็นพิเศษ จะใส่กระเป๋าถือขึ้นห้องโดยสารหรือโหลดใต้ท้องเครื่องก็ได้ทั้งหมด เมาส์ไร้สายและคีย์บอร์ดบลูทูธที่ใส่ถ่าน AA หรือมีแบตในตัวขนาดเล็กก็ผ่านจุดตรวจได้ปกติ ไม่ต้องถอดออกจากกระเป๋าตอน X-Ray เหมือนโน๊ตบุ๊ค ส่วน USB Hub และสาย Type-C พกได้ไม่จำกัดจำนวน หลายคนที่ทำงานสาย Production มักพกครบชุดไปด้วยเพื่อใช้ต่อจอโรงแรมหรืออุปกรณ์ที่ปลายทาง ลองเลือกเม้าส์เกมมิ่งขนาดกะทัดรัดที่พกพาง่าย จะสะดวกกว่ารุ่นใหญ่เวลาเดินทาง
ฮาร์ดดิสก์พกพาและ SSD ภายนอกแนะนำให้ใส่กระเป๋าถือขึ้นห้องโดยสารมากกว่าโหลดใต้ท้องเครื่อง เพราะแรงกระแทกระหว่างขนสัมภาระอาจทำให้หัวอ่านของ HDD แบบจานหมุนเสียหายจนข้อมูลหายถาวร ส่วน SSD แม้ทนแรงสั่นได้ดีกว่า แต่ก็เสี่ยงต่อการสูญหายและความชื้นในห้องเก็บสัมภาระ การถือขึ้นเครื่องช่วยให้ควบคุมไฟล์งานสำคัญไว้กับตัวได้ตลอดเวลา หากต้องการพื้นที่สำรองสำหรับงานเดินทาง ลองดูssd ราคารุ่นพกพาที่น้ำหนักเบาและทนทานต่อการเดินทาง
โดยทั่วไปสายการบินไทยอนุญาตให้ผู้โดยสารถือโน๊ตบุ๊คขึ้นห้องโดยสารได้มากกว่าหนึ่งเครื่อง โดยส่วนใหญ่จำกัดอยู่ที่ 2 เครื่องต่อคน ภายใต้เงื่อนไขว่าน้ำหนักรวมของกระเป๋า carry-on ต้องไม่เกินที่สายการบินกำหนด ซึ่งปกติอยู่ที่ 7 กิโลกรัมสำหรับสายการบิน low-cost และ 10 กิโลกรัมสำหรับสายการบินเต็มรูปแบบ หากต้องพกเกินสองเครื่องเพื่องาน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าและเตรียมเอกสารยืนยันวัตถุประสงค์ในการเดินทาง
ก่อนออกเดินทางทุกครั้งแนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขกับสายการบินที่จะใช้บริการอีกรอบ เพราะกฎอาจปรับเปลี่ยนตามเส้นทางและประเภทตั๋ว เตรียมแบตเตอรี่ให้พอเปิดเครื่องผ่านจุดตรวจ จัดกระเป๋าให้หยิบโน๊ตบุ๊คได้ง่าย และวางอุปกรณ์ในตะกร้าแยกตามขั้นตอน X-Ray ทุกอย่างก็จะผ่านได้อย่างราบรื่นและไปถึงปลายทางพร้อมเครื่องที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์

โน๊ตบุ๊คขึ้นเครื่องได้ไหมนั้น โดยทั่วไปสามารถถือโน๊ตบุ๊คขึ้นเครื่องพร้อมกระเป๋า Carry-on ได้ เนื่องจากสายการบินส่วนใหญ่นับโน๊ตบุ๊คเป็นสัมภาระส่วนตัวเพิ่มเติม แต่ควรตรวจสอบน้ำหนักรวมและขนาดให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสายการบินที่เดินทาง
แบตเตอรี่ที่มีความจุเกิน 100Wh ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ตามปกติ ต้องขออนุญาตจากสายการบินล่วงหน้า และโดยทั่วไปอนุญาตสูงสุดไม่เกิน 160Wh เท่านั้น สำหรับคนที่สงสัยว่าโน๊ตบุ๊คขึ้นเครื่องได้ไหม โน๊ตบุ๊คทั่วไปแบตไม่เกิน 100Wh จึงนำขึ้นได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
โดยทั่วไปโน๊ตบุ๊คขนาด 17 นิ้วยังถือเป็นสัมภาระเสริมที่ถือขึ้นเครื่องได้ หากน้ำหนักและขนาดกระเป๋ารวมไม่เกินที่สายการบินกำหนด คำตอบของคำถามที่ว่าโน๊ตบุ๊คขึ้นเครื่องได้ไหมจึงคือได้ แต่ควรเช็กเงื่อนไขของแต่ละสายการบินก่อนเดินทาง
โน๊ตบุ๊คขึ้นเครื่องได้ไหมนั้นทำได้ แต่ต้องใช้งานในช่วงที่เครื่องบินบินอยู่ในระดับความสูงคงที่เท่านั้น โดยต้องเก็บเครื่องและปิดการใช้งานในช่วงเครื่องขึ้น ลงจอด และเมื่อสัญญาณรัดเข็มขัดติด เพื่อความปลอดภัยตามคำแนะนำของลูกเรือ
โน๊ตบุ๊คที่ถือขึ้นเครื่องจะถูกนับรวมในน้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่อง 7 กก. ดังนั้นคำถามที่ว่าโน๊ตบุ๊คขึ้นเครื่องได้ไหมจึงตอบได้ว่าได้ แต่ต้องเผื่อน้ำหนักกระเป๋าและของอื่นให้รวมแล้วไม่เกินเกณฑ์ที่สายการบินกำหนด




