
5 วิธีเพิ่มความเร็วเน็ต เร่งสปีดเน็ตไม่ง้อช่างใน 5 นาที
หมดปัญหาเน็ตช้า หมุนติ้วชวนขัดใจเวลาดูหนัง Stream เกม หรือทำงานออนไลน์ ด้วยการเพิ่มความเร็วเน็ตให้กลับมาแรงเต็มสปีดอีกครั้ง พร้อมเปลี่ยนเน็ตช้าเป็นเต่าคลานด้วยวิธีดึงสัญญาณ Wifi ให้แรง ตั้งแต่เทคนิคพื้นฐาน ไปจนถึงการตั้งค่า Wifi ให้แรงที่จะช่วยดึงประสิทธิภาพสัญญาณ WiFi เร่งสปีดเน็ตให้กลับมาแรงเต็มพิกัด

เน็ตช้า เน็ตหน่วง หมุนติ้วชวนขัดใจ ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนแพ็กเกจหรือซื้ออุปกรณ์ใหม่เสมอไป แค่ลองปรับวิธีใช้งานและเช็กอุปกรณ์พื้นฐานก็ช่วยเร่งความเร็วเน็ตให้กลับมาแรงและเสถียรมากขึ้นได้ เช่น
ปรับตำแหน่ง Router ให้อยู่ในที่โล่ง
Restart โมเด็มเป็นประจำ
ล้างไฟล์ขยะหรือปิดโปรแกรมที่กินเน็ต
ใช้สาย LAN เมื่อทำงานที่ต้องการความเสถียรสูง
อัปเดต Firmware ของ Router ให้ทันสมัย
จบปัญหาเน็ตบ้านหรือ WiFi สัญญาณอ่อน โหลดช้า ดูหนังไม่ต่อเนื่อง หรือเล่นเกมแล้วแลค ทั้งที่จ่ายค่าเน็ตรายเดือนแพง ๆ แต่กลับไม่ได้สปีดเต็มอย่างที่ควรจะเป็น แค่ใช้ทริคเร่งความเร็วเน็ตให้แรงขึ้นได้ทันที แบบไม่ต้องง้อช่าง
การ Restart Router เป็นวิธีทำให้เน็ตแรงแบบไม่ต้องเก่ง IT ก็ทำเองได้ โดยการ Restart จะช่วยล้างหน่วยความจำชั่วคราว (RAM) ที่อาจทำงานสะสมจนเกิดข้อผิดพลาด แก้ไขบั๊กเล็ก ๆ น้อย ๆ ของซอฟต์แวร์ และที่สำคัญยังเป็นการบังคับให้ Router ค้นหาช่องสัญญาณ (Channel) WiFi ที่มีคนใช้งานน้อยที่สุดในบริเวณนั้น ณ เวลานั้นโดยอัตโนมัติ แค่ถอดปลั๊กไฟของ Router ออก ทิ้งไว้ประมาณ 60 วินาที เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ตัดไฟสนิทแล้ว จากนั้นเสียบปลั๊กกลับเข้าไปและรอให้อุปกรณ์ทำการเชื่อมต่อสัญญาณใหม่อีกครั้ง แค่นี้ก็ช่วยเพิ่มความแรงเน็ตได้ง่าย ๆ แล้ว

ตำแหน่งการวาง Router มีผลต่อความแรงและความครอบคลุมของสัญญาณ WiFi ซึ่งสัญญาณ WiFi เป็นคลื่นวิทยุที่สัญญาณจะอ่อนลง ถ้าเจอสิ่งกีดขวาง โดยตำแหน่งที่ควรวาง Router ได้แก่
กลางบ้าน : วาง Router ไว้ในบริเวณที่อยู่ใจกลางของบ้านมากที่สุด เพื่อให้สัญญาณกระจายไปทั่วถึง
ที่สูงและโล่ง : ควรวางบนชั้นวางของหรือโต๊ะ ไม่ควรวางบนพื้นหรือซุกไว้ในตู้ทึบ
ห่างจากสิ่งกีดขวาง : หลีกเลี่ยงการวางใกล้กำแพงคอนกรีตหนา ๆ ตู้เย็น ประตูกระจก หรือวัตถุที่เป็นโลหะขนาดใหญ่
ห่างจากคลื่นรบกวน : วางให้ห่างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น เตาไมโครเวฟ โทรศัพท์บ้านไร้สายหรือลำโพงบลูทูธ
Router ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะปล่อยสัญญาณ WiFi ออกมา 2 คลื่นความถี่ คือ 2.4GHz และ 5GHz ซึ่งมีความสามารถต่างกัน
2.4GHz : ไปได้ไกลกว่า ผ่านสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า แต่มีความเร็วต่ำกว่าและมีช่องสัญญาณแออัดมาก
5GHz : มีความเร็วสูงกว่ามาก ช่องสัญญาณโล่งกว่า แต่ระยะส่งสั้นกว่าและผ่านสิ่งกีดขวางได้ไม่ดี
ถ้าอุปกรณ์ เช่น สมาร์ททีวี คอมพิวเตอร์ หรือมือถืออยู่ไม่ไกลจาก Router ให้เชื่อมต่อกับ WiFi ชื่อที่มี 5G หรือ 5GHz ต่อท้ายเสมอ เพื่อเพิ่มความเร็วเน็ต สำหรับการใช้งานที่ต้องการความเร็วสูง เช่น การ Stream หนัง 4K หรือเล่นเกมออนไลน์
ตั้งค่า Wifi ให้แรงด้วยการเปลี่ยนไปใช้ Channel โดยสัญญาณ WiFi ส่วนใหญ่จะชนกันเมื่อมีหลายเครือข่ายในบริเวณเดียวกัน เช่น ในคอนโดหรือหมู่บ้านจัดสรร ทำให้เน็ตอืดและความเร็วตก วิธีแก้ คือ การตั้งค่า Channel (ช่องสัญญาณ) ของ Router ให้อยู่คนละช่องกับเพื่อนบ้าน เพื่อลดการรบกวนสัญญาณ โดยทั่วไป WiFi 2.4GHz ควรเลือกช่อง 1, 6 หรือ 11 ส่วน WiFi 5GHz มีช่องให้เลือกกว้างกว่า ทำให้โอกาสชนกันน้อยกว่า แค่นี้ก็ช่วยให้เน็ตเร็วขึ้น เสถียรขึ้น และใช้งานได้แบบไม่สะดุดแล้ว
Firmware คือ ซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการทำงานทั้งหมดของ Router ซึ่งผู้ผลิตจะมีการปล่อยอัปเดตออกมา เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน แก้ไขข้อผิดพลาด และยังช่วยอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย แค่เข้าไปที่หน้าตั้งค่า Admin ของ Router (โดยพิมพ์ IP Address เช่น 192.168.1.1 ในเบราว์เซอร์) แล้วหาเมนู Firmware Update หรือ Router Update จากนั้นสั่งให้เครื่องตรวจสอบและติดตั้งเวอร์ชันล่าสุดโดยอัตโนมัติ การอัปเดต Firmware ให้ทันสมัยอยู่เสมอจะช่วยให้ Router ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ถ้าการปรับตำแหน่ง Router หรือการ Restart Router แบบเบสิคยังไม่ได้ผล อย่าเพิ่งถอดใจ ยังมีแผน 2 สำหรับการเร่งความเร็วเน็ตด้วยการใช้อุปกรณ์เสริม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวมี่สามารถแก้ปัญหา Wifi หรือสัญญาณเน็ตอ่อนได้อย่างตรงจุดได้เช่นกัน
เหมาะสำหรับขยายสัญญาณไปหาห้องที่อยู่ไกลจาก Router โดยหลักการทำงานของตัวขยายสัญญาณ คือ การรับสัญญาณ WiFi เดิมมาแล้วกระจายต่อออกไป ช่วยให้บริเวณที่เคยเป็นจุดอับกลับมามีสัญญาณอีกครั้ง
Wi-Fi Mesh System เป็นตัวรับสัญญาณ Wifi ที่ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ โดยเฉพาะครอบครัวที่อาศัยในบ้านหลายชั้นหรือมีผนังหนามาก ๆ โดยระบบ Mesh WiFi จะใช้ Router หลายตัว หรือ Node ทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายเดียว ทำให้สัญญาณแรงและครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ สามารถเดินไปได้ทั่วบ้านโดยที่อุปกรณ์จะเชื่อมต่อกับ Node ที่ให้สัญญาณดีที่สุดอัตโนมัติ หมดปัญหาสัญญาณหลุดกลางทาง
บางครั้งปัญหาเน็ตช้าก็เกิดจาก Router เก่าเกินไป ถ้าใช้งานมานานหลายปี หรือเป็นรุ่นที่ผู้ให้บริการแถมมา อาจมีเทคโนโลยีที่ล้าสมัย เช่น ยังเป็น WiFi 5 ในขณะที่ปัจจุบันมี WiFi 6/6E แล้ว และไม่สามารถรองรับความเร็วอินเทอร์เน็ตสูง ๆ หรือจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเยอะ ๆ ได้ การเปลี่ยนไปใช้ Router รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าก็เป็นอีกหนึ่งวิธีเพิ่มความเร็วเน็ตได้เช่นกัน
ปัญหาเน็ตช้าไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมไม่จะเป็นต้องเสียเงินค่าบริการแพง ๆ กว่าเดิม แค่ลอง 5 วิธีง่าย ๆ ตั้งแต่การ Restart Router ปรับตำแหน่ง ไปจนถึงการตั้งค่า WiFi ให้ถูกช่อง ก็ช่วยให้สัญญาณแรงและเสถียรขึ้นได้ทันที แต่ถ้าวิธีพื้นฐานยังเอาไม่อยู่ การอัปเกรดอุปกรณ์อย่างตัวขยายสัญญาณ ระบบ Mesh WiFi หรือเปลี่ยน Router ใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเพิ่มความเร็วเน็ตให้แรงเต็มสปีดได้เช่นกัน และสำหรับใครกำลังมองหาอุปกรณ์คุณภาพสำหรับเน็ตบ้านแรง ๆ แนะนำเลือกช้อปที่ iHAVECPU มีครบทั้ง Router และอุปกรณ์เสริมแท้ รับประกันคุณภาพ ในราคาสบายกระเป๋า
ดีกว่าในแง่ของความเร็วและช่องสัญญาณที่โล่งกว่า 5GHz เหมาะกับการสตรีมหนัง 4K หรือเล่นเกม แต่มีข้อเสียที่ระยะส่งสัญญาณสั้นกว่าและทะลุผนังได้ไม่ดีเท่า 2.4GHz ดังนั้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับระยะห่างของอุปกรณ์จาก Router
ไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน Mesh WiFi เหมาะสำหรับบ้านขนาดใหญ่ บ้านหลายชั้นหรือบ้านที่มีจุดอับสัญญาณเยอะ ที่ Router ตัวเดียวครอบคลุมไม่ถึง ถ้าอยู่คอนโดหรือบ้านขนาดเล็ก Router ที่มีประสิทธิภาพดี ๆ ตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว
โดยทั่วไป สาย LAN เร็วและเสถียรกว่า WiFi เพราะสัญญาณวิ่งผ่านสายตรงถึงอุปกรณ์ ไม่เจอปัญหาสัญญาณรบกวนหรือสิ่งกีดขวาง เหมาะกับการเล่นเกม ดูหนังความละเอียดสูง หรือทำงานที่ต้องการความเสถียรสูง แต่ถ้าเน้นความสะดวก ไม่อยากเดินสายเกะกะ WiFi ก็สะดวกกว่า โดยเฉพาะเมื่อใช้กับอุปกรณ์พกพา เช่น มือถือหรือแท็บเล็ต
แนะนำให้ Restart สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อล้างหน่วยความจำและเริ่มต้นการทำงานใหม่ หรือ Restart ทุกครั้งที่รู้สึกว่าอินเทอร์เน็ตเริ่มช้าหรือผิดปกติ ก็เพียงพอแล้ว
จริง Router เก่าอาจมีเทคโนโลยี WiFi ที่ล้าสมัย มีฮาร์ดแวร์ที่ไม่สามารถรองรับความเร็วสูงจากแพ็กเกจเน็ตปัจจุบันได้ หรือไม่สามารถจัดการอุปกรณ์จำนวนมากที่เชื่อมต่อพร้อมกันได้ดี ทำให้เกิดปัญหาคอขวดและเน็ตช้าในที่สุด




