
สายต่อคอม เลือกแบบไหนดี แชร์การใช้ HDMI ต่อคอมแบบโปร
การเชื่อมต่อด้วยสายต่อคอมยังคงมีความเสถียร และใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งใครต้องการข้อมูลเพิ่มว่าจะเลือกสายต่อคอมพิวเตอร์แบบไหนมาใช้ดี สายต่อคอมพิวเตอร์ มีอะไรบ้างให้คุณได้เลือก และเมื่อมีสายแล้วต้องการใช้งานจะต้องทำอย่างไร วันนี้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสายเหล่านี้ iHAVECPU เตรียมคำตอบมาให้คุณเรียบร้อยแล้ว
สำหรับสายต่อคอมนั้นมีหลายแบบที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ต่างกัน ซึ่งสายต่อคอมราคาต่าง ๆ ที่คนนิยมเลือกใช้มากที่สุดมีอะไรบ้าง มาดูกัน
สาย USB เป็นสายเคเบิลที่ใช้กันทั่วไป และถือว่าเป็นสายที่ใช้กันมากที่สุดอีกด้วย โดยจะใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ เช่น ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอก เมาส์ แป้นพิมพ์ เครื่องพิมพ์ และอื่น ๆ และในตอนนี้เวอร์ชันล่าสุดของ USB คือ 4.0 ที่มาพร้อมความเร็วสูงสุด 40 Gbps
สาย HDMI ต่อคอมเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และนอกจากต่อจอคอมพ์แล้วยังสามารถเป็นสายต่อคอมเข้าทีวี HDMI ได้อีกด้วย ซึ่งสายประเภทนี้จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณวิดีโอ และเสียงดิจิทัล ใช้ทั้งกับคอมพ์ สายต่อคอมเข้าทีวี โมนิเตอร์ สายต่อคอมเข้าโปรเจคเตอร์ และอุปกรณ์แสดงผลอื่น ๆ ซึ่ง HDMI แต่ละเวอร์ชันรองรับความละเอียด และอัตราเฟรมที่แตกต่างกัน ตอนนี้ที่ละเอียดที่สุดจะเป็น HDMI 2.2 รองรับความละเอียดสูงสุด 8K UHD ที่ 120Hz นอกจากนี้สายต่อคอมเข้าเครื่องเสียงและสายต่อคอม 2 จอ ก็เลือกใช้สายประเภทนี้เช่นเดียวกัน
สำหรับสายประเภทนี้อย่าง VGA เป็นสายเคเบิลที่ใช้สำหรับส่งสัญญาณวิดีโออะนาล็อกจากคอมพิวเตอร์ไปยังจอภาพ โดยสายประเภทนี้มาพร้อมหัวต่อ 15 ขาที่ทั้งสองปลาย รองรับความละเอียดสูงสุด 1920 x 1080 พิกเซล รองรับแบนด์วิธสูงสุด 500 MHz ส่วนใหญ่จะยาวเกิน 5 เมตร ซึ่งเป็นช่วงการรับส่งสัญญาณที่ดีที่สุด และสายประเภทนี้มักใช้กับสายต่อคอมเข้าจอรุ่นเก่า
สายเคเบิลที่ใช้สำหรับส่งสัญญาณดิจิทัลจากคอมพิวเตอร์ไปยังจอภาพ ซึ่งสาย DVI จะมีหัวต่อ 24 ขาที่ทั้งสองปลาย รองรับความละเอียดสูงสุด 2560 x 1600 พิกเซล รองรับแบนด์วิธสูงสุด 1.65 Gbps มักใช้กับคอมพิวเตอร์และจอภาพรุ่นใหม่กว่า VGA พร้อมทั้งคุณภาพดีกว่า ทนกว่า รวมทั้งขนาดกะทัดรัดมากกว่าอีกด้วย
หลังจากได้รู้จักกับสายต่อคอมแต่ละแบบที่นิยมใช้กันไปแล้ว เรามาดูกันว่าหากต้องการเชื่อมต่อจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้คุณใช้งานสายเหล่านี้ได้ง่ายดายและสะดวกมากขึ้น
เสียบปลายด้านหนึ่งของสาย USB เข้ากับพอร์ต USB บนคอมพิวเตอร์ของคุณ
เสียบปลายอีกด้านของสาย USB เข้ากับอุปกรณ์ที่คุณต้องการเชื่อมต่อ เช่น ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอก เมาส์ แป้นพิมพ์ เครื่องพิมพ์ ฯลฯ
เสียบปลายด้านหนึ่งของสาย HDMI เข้ากับพอร์ต HDMI บนคอมพิวเตอร์ของคุณ
เสียบปลายอีกด้านของสาย HDMI เข้ากับจอภาพหรือทีวีของคุณ
เสียบปลายด้านหนึ่งของสายเข้ากับพอร์ต VGA บนคอมพิวเตอร์ของคุณ
เสียบปลายอีกด้านของสาย VGA เข้ากับจอภาพของคุณ
เสียบปลายด้านหนึ่งของสาย DVI เข้ากับพอร์ต DVI บนคอมพิวเตอร์ของคุณ
เสียบปลายอีกด้านของสาย DVI เข้ากับจอภาพของคุณ
การเชื่อมต่อสายเหล่านี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างไม่ซับซ้อน ส่วนที่ต้องโฟกัสคือสายและพอร์ตบนอุปกรณ์ของคุณสามารถเข้ากันได้อย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่ควรฝืนใช้ผิดรูปแบบ เพราะอาจทำให้สายหรืออุปกรณ์เสียหายได้
สายที่เอาไว้ใช้กับคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ทำให้การเชื่อมต่อ และส่งผ่านข้อมูลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้างานของคุณจำเป็นที่จะต้องใช้สายเหล่านี้ แนะนำว่าให้เข้ามาเลือกที่ iHAVECPU เพราะเรามีสายทุกแบบ ตอบโจทย์การใช้งานทุกประเภทพร้อมให้คุณได้เลือกซื้อ หรือถ้าไม่มั่นใจก็สามารถสอบถามทีมงาน เพื่อให้ช่วยเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องไปใช้กันได้เลย
หากคุณต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาพูดคุยได้ผ่านแชทที่หน้าเว็บไซต์ หรือที่ LINE รวมทั้งติดตามข่าวสารอัปเดตผ่านทาง Facebook ของเรากันได้เลย
อยากเป็นสตรีมเมอร์ต้องมีอุปกรณ์เสริมอะไรบ้าง ? | iHAVECPU
HDMI 2.1 รองรับแบนด์วิธสูงสุดถึง 48Gbps ซึ่งเพียงพอสำหรับการแสดงผลวิดีโอ 4K ที่ 120Hz หรือ 8K ที่ 60Hz ดังนั้น หมายความว่าคุณสามารถใช้สาย HDMI 2.1 เพื่อเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของคุณกับจอภาพที่รองรับ 144Hz และรับอัตราเฟรมที่ได้อย่างลื่นไหล
การต่อจอคอมพิวเตอร์สองจอมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับพอร์ตที่คอมพิวเตอร์และจอภาพของคุณมี และความละเอียดและอัตราเฟรมที่คุณต้องการ ซึ่งตัวเลือกที่นิยมที่สุดจะเป็น HDMI ที่ใช้งานง่าย รองรับความละเอียดสูง หรือ DVI ที่รองรับความละเอียดสูง ใช้งานได้กับจอภาพรุ่นเก่า รวมทั้งบางกรณียังสามารถใช้ VGA เพื่อใช้งานได้กับจอภาพรุ่นเก่าได้อีกด้วย
สายสำหรับใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์นั้นมีหลากหลายประเภทมาก แต่ที่นิยมใช้ที่สุดจะเป็นสาย USB, HDMI, VGA และ DVI
สำหรับสายทั้ง 2 ประเภทนี้ถือว่ามีความแตกต่างกันในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นสัญญาณที่ HDMI จะส่งสัญญาณดิจิทัลทั้งภาพและเสียง ส่วน DVI จะส่งสัญญาณดิจิทัลหรืออะนาล็อกแบบภาพและเสียง และคุณภาพของ HDMI จะรองรับความละเอียดสูงสุด 8K (60Hz) และ 4K (120Hz) ให้คุณภาพของภาพที่ดีเยี่ยม ส่วน DVI รองรับความละเอียดสูงสุด 2560 x 1600 (60Hz) คุณภาพของภาพดี แต่สู้ HDMI ไม่ได้ ซึ่งยังถือว่ามีความแตกต่างกันอีกหลายจุด แต่การเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับพอร์ตที่สามารถเชื่อมต่อได้ว่าคุณจะต้องเลือกใช้แบบไหนนั่นเอง




