iHAVECPU ถ้าคุณชอบคอมพิวเตอร์ เราคือเพื่อนกัน
สาขาเปิดใหม่ล่าสุด

ดูสาขาทั้งหมด
Chat Icon
Blog Image

ก่อนซื้อเช็คให้ชัวร์! คีย์บอร์ดมีไฟแบบไหนที่เหมาะกับคุณ

29 ก.ย 2568
11801

ก่อนซื้อเช็กให้ชัวร์! คีย์บอร์ดมีไฟแบบไหนที่เหมาะกับคุณ

คุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาคีย์บอร์ดมีไฟคู่ใจตัวใหม่ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนใช่ไหม? ไม่ว่าจะเป็นเกมเมอร์ที่ต้องการความเท่ หรือคนทำงานที่อยากได้แสงสว่างช่วยให้มองเห็นปุ่มชัดเจนขึ้นในที่มืด บทความนี้ iHAVECPU จะพาคุณไปเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับไฟคีย์บอร์ด พร้อมแนะนำคีย์บอร์ดมีไฟ ยี่ห้อไหนดีในปี 2025 ที่ราคาไม่ต้องแพงก็ใช้ดีได้ ทั้งสำหรับสายทำงานทั่วไปและสายเกม เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด

 

คีย์บอร์ดมีไฟคืออะไร? และ "ไฟทะลุ" สำคัญยังไง?

คีย์บอร์ดมีไฟหรือ Backlit Keyboard คือคีย์บอร์ดที่มีไฟ LED อยู่ใต้ปุ่ม ช่วยให้มองเห็นตัวอักษรได้ชัดเจนในที่มืดและยังเพิ่มความสวยงามได้อีกด้วย ส่วนคีย์บอร์ดไฟทะลุหรือ Shine-through Keyboard มีความพิเศษตรงที่แสงไฟสามารถทะลุผ่านตัวอักษรบนปุ่มได้โดยตรง ทำให้ตัวอักษรเรืองแสงและมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งเกิดจากการออกแบบปุ่มกดแบบพิเศษ (Shine-through Keycaps) ที่ทำให้แสงลอดผ่านตัวอักษรได้นั่นเอง

โหมดไฟคีย์บอร์ด สนุกไปกับลูกเล่นที่มากกว่าแค่ความสว่าง

นอกเหนือจากประเภทของไฟแล้ว คีย์บอร์ดมีไฟสมัยใหม่ยังมีลูกเล่นและโหมดไฟให้เลือกมากมาย เพื่อเพิ่มความสนุกและบรรยากาศในการใช้งาน โดยประเภทของไฟหลัก ๆ ที่คุณควรรู้จักก่อนเลือกซื้อมีดังนี้

 

 

  • ไฟแบบสีเดียว (Single Color Backlight) ไฟจะให้สีเดียวตลอดทั้งแผง เช่น สีแดง, สีน้ำเงิน หรือสีขาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบง่าย

  • ไฟแบบโซน (Zoned Backlight) คีย์บอร์ดจะถูกแบ่งเป็นหลายโซน แต่ละโซนสามารถตั้งค่าสีไฟได้ต่างกัน ช่วยให้สร้างสรรค์ลวดลายสีสันได้ง่ายขึ้น

  • ไฟ RGB (RGB Backlight) เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสามารถแสดงผลสีได้ถึง 16.8 ล้านสี พร้อมปรับแต่งเอฟเฟกต์แสงไฟได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้คีย์บอร์ดเกมมิ่งมีไฟส่วนใหญ่เลือกใช้ไฟประเภทนี้

  • ไฟแบบแยกปุ่ม (Per-Key Lighting) ไฟ LED จะอยู่ใต้ปุ่มแต่ละปุ่ม ทำให้คุณสามารถปรับสีและเอฟเฟกต์แสงไฟของแต่ละปุ่มได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการตั้งค่าแสงไฟเฉพาะเกมของตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีโหมดการแสดงผลของไฟที่แตกต่างกันไปตามแต่ละยี่ห้อและรุ่นของคีย์บอร์ด เช่น

  • โหมดไฟนิ่ง (Static Mode) ไฟจะติดสว่างค้างอยู่กับที่ในสีที่เลือกไว้

  • โหมดหายใจ (Breath Mode) ไฟจะค่อยๆ สว่างขึ้นและหรี่ลงอย่างช้าๆ

  • โหมดคลื่น (Wave Mode) ไฟจะวิ่งไล่ระดับสีไปเรื่อย ๆ ทั่วทั้งแผงคีย์บอร์ด

  • โหมดกระเพื่อม (Ripple Mode) เมื่อกดปุ่ม ไฟจะสว่างเป็นวงคล้ายคลื่นน้ำที่กระจายออกจากจุดที่กด

  • โหมดตามจังหวะเสียง (Sound-activated) ไฟจะกะพริบหรือเปลี่ยนสีตามจังหวะของเสียงเพลง ทำให้การใช้งานมีลูกเล่นมากขึ้น

 

คีย์บอร์ดไร้สายมีไฟ ดีจริงไหม? ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้

คีย์บอร์ดไร้สายมีไฟเป็นตัวเลือกที่ให้ความสะดวกสบายและช่วยจัดระเบียบพื้นที่ได้ดี ซึ่งมีทั้งจุดเด่น และจุดด้อยไม่ว่าจะเป็น

ข้อดี

  • ไร้สาย ใช้งานสะดวก พกพาง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องสายพันกัน

  • ฟังก์ชันครบ มีฟีเจอร์ครบครัน ทั้งไฟ RGB และซอฟต์แวร์สำหรับตั้งค่า

  • ตอบสนองไว คีย์บอร์ดรุ่นใหม่ ๆ มีการตอบสนองที่รวดเร็ว เหมาะสำหรับทั้งการทำงานและเล่นเกม

ข้อเสีย

  • ปัญหาแบตเตอรี่ ไฟคีย์บอร์ดจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ทำให้ต้องชาร์จบ่อยขึ้น หากเปิดไฟทิ้งไว้ตลอดเวลา

  • ต้องดูแลการชาร์จ หากแบตเตอรี่หมดระหว่างใช้งานอาจทำให้การทำงานติดขัดได้ ดังนั้นควรเลือกรุ่นที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน หรือรุ่นที่สามารถใช้งานแบบมีสายขณะชาร์จได้

 

ทำไมคีย์บอร์ด RGB ถึงเป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับเกมเมอร์?

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างคีย์บอร์ด RGB กับไฟคีย์บอร์ดทั่วไปคือ จำนวนสีและลูกเล่นที่แสดงผลได้

 

 

  • ไฟคีย์บอร์ดทั่วไป (Single Color/Zoned) มีจำนวนสีที่จำกัดและลูกเล่นน้อยกว่า มักจะเป็นไฟสีเดียวตลอดทั้งแผง หรือแบ่งเป็นโซนสีที่กำหนดไว้

  • คีย์บอร์ด RGB สามารถแสดงผลสีได้มากถึง 16.8 ล้านสี ทำให้ปรับแต่งสีสันได้อย่างอิสระ มีลูกเล่นและเอฟเฟกต์แสงไฟให้เลือกมากมาย เช่น การไล่สี, กะพริบ, หรือเปลี่ยนสีตามจังหวะเสียงเพลง และส่วนใหญ่ยังสามารถตั้งค่าสีไฟแยกตามปุ่มได้อีกด้วย ทำให้คีย์บอร์ด RGB เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มเกมเมอร์และนักแต่งคอมพิวเตอร์ที่ต้องการความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

 

วิธีเลือกซื้อคีย์บอร์ดมีไฟให้เหมาะกับการใช้งาน

การเลือกซื้อคีย์บอร์ดมีไฟที่ใช่และคุ้มค่า ควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญเหล่านี้ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของคุณที่สุด ดังนี้

1. ขนาด (Layout) ที่เหมาะสม

ขนาดของคีย์บอร์ดเป็นสิ่งแรกที่ควรพิจารณา เพราะส่งผลโดยตรงต่อการใช้งานและพื้นที่บนโต๊ะทำงาน

  • Full-Size ขนาดใหญ่ที่สุด มีปุ่มตัวเลข (Numpad) ครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานกับตัวเลขเป็นประจำ เช่น งานบัญชี หรือการทำข้อมูล

  • Tenkeyless (TKL) ตัดส่วน Numpad ออกไป ทำให้มีขนาดกะทัดรัดขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดพื้นที่บนโต๊ะ และลดระยะห่างระหว่างมือกับเมาส์

  • 75% และ 65% ขนาดเล็กลงไปอีก โดยจะตัดปุ่มคำสั่งบางส่วนออกไปและจัดวางปุ่มใหม่ให้ประหยัดพื้นที่มากที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคีย์บอร์ดที่พกพาสะดวก หรือมีพื้นที่จำกัด

2. ประเภทสวิตช์ (Switch) และแรงต้าน

สวิตช์คือหัวใจของคีย์บอร์ดที่กำหนดสัมผัสและเสียงในการพิมพ์ ควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์การใช้งานของคุณ

  • Mechanical Switch ให้การตอบสนองที่แม่นยำและสัมผัสที่แตกต่างกันตามประเภท (เช่น Blue ให้เสียงคลิกดัง, Red ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและเงียบ, Brown เป็นแบบผสมผสาน) เหมาะสำหรับทั้งเกมเมอร์และนักพิมพ์งานที่ต้องการฟีลลิ่งการพิมพ์ที่ชัดเจน

  • Membrane Switch ราคาถูกกว่า ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและเสียงเงียบ เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานทั่วไปหรือในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความเงียบ

3. ประเภทของไฟและการเชื่อมต่อ

  • ไฟ หากเน้นเล่นเกมหรือต้องการความสวยงามเป็นพิเศษ ควรเลือก คีย์บอร์ดเกมมิ่งมีไฟ แบบ RGB หรือ Per-Key Lighting แต่ถ้าใช้งานทั่วไป ไฟแบบสีเดียวก็เพียงพอแล้ว

  • การเชื่อมต่อ

    • แบบมีสาย ให้การเชื่อมต่อที่เสถียร ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่

    • แบบไร้สาย ให้ความสะดวกและอิสระในการใช้งาน แต่ต้องคอยชาร์จแบตเตอรี่

 

คีย์บอร์ดมีไฟ ยี่ห้อไหนดีในปี 2025

ในปี 2025 นี้ ตลาดคีย์บอร์ดมีไฟยังคงคึกคักและมีหลากหลายแบรนด์ที่น่าสนใจ บทความนี้จะแนะนำ 3 แบรนด์ยอดนิยมพร้อมตัวอย่างรุ่นเด่น เพื่อให้คุณเลือกซื้อได้ตรงใจ ดังนี้

 

 

1. Razer โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำยุคและไฟ RGB ที่สวยงาม

Razer เป็นแบรนด์ในใจของเหล่าเกมเมอร์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และระบบไฟ Razer Chroma RGB ที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระ

  • ตัวอย่างรุ่น RAZER ORNATA V3 X (MEMBRANE)

    • ราคาโดยประมาณ 1,290 บาท

    • ประเภทสวิตช์ Razer™ Membrane Switch ที่ให้สัมผัสคล้าย Mechanical แต่เงียบกว่า

    • ไฟ Single Zone Razer Chroma RGB Lighting

    • จุดเด่น คีย์บอร์ดแบบมีสายที่มาพร้อมไฟ RGB ในราคาที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการสัมผัสความสวยงามของไฟ RGB

2. SteelSeries เน้นฟังก์ชันการใช้งานเพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ

SteelSeries เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มุ่งเน้นอุปกรณ์สำหรับเกมเมอร์โดยเฉพาะ โดดเด่นเรื่องฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันและประสิทธิภาพที่วางใจได้

  • ตัวอย่างรุ่น STEELSERIES APEX 3 TKL RGB

    • ราคาโดยประมาณ 2,790 บาท

    • ประเภทสวิตช์ SteelSeries Whisper-Quiet Switches

    • ไฟ 8-Zone RGB Illumination

    • จุดเด่น คีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบ Tenkeyless (TKL) ที่ช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะ มาพร้อมไฟ RGB แบบแบ่งโซน 8 โซน ให้ความสวยงามและใช้งานได้เงียบ

3. Logitech คุณภาพไว้ใจได้ ทั้งเกมมิ่งและทำงาน

Logitech เป็นแบรนด์ยอดนิยมที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งคีย์บอร์ดเกมมิ่งและคีย์บอร์ดสำหรับทำงาน โดดเด่นเรื่องคุณภาพและความทนทาน

  • ตัวอย่างรุ่น LOGITECH K120 USB

    • ราคาโดยประมาณ 279 บาท

    • ประเภทสวิตช์ Membrane

    • ไฟ ไม่มีไฟ

    • จุดเด่น แม้จะเป็นรุ่นพื้นฐานที่ไม่มีไฟ แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เน้นใช้งานทั่วไป และต้องการคีย์บอร์ดคุณภาพในราคาประหยัด พร้อมการรับประกันยาวนานถึง 3 ปี

หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหน หรืออยากได้คำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีอื่น ๆ iHAVECPU ร้านคอมพิวเตอร์ครบวงจร เพื่อนรู้ใจสายไอที พร้อมให้คำแนะนำและจัดสเปคคอมพิวเตอร์ให้ตรงตามความต้องการของคุณ ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี พร้อมบริการหลังการขายดีเยี่ยม มั่นใจได้ว่าคุณจะได้สินค้าที่คุ้มค่าและมีคุณภาพแน่นอน

 

สรุป คีย์บอร์ดมีไฟ เลือกซื้ออย่างไรดี

การเลือกซื้อคีย์บอร์ดมีไฟไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณเข้าใจถึงจุดประสงค์การใช้งานและประเภทของไฟคีย์บอร์ดที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งมีไฟหรือคีย์บอร์ดสำหรับทำงาน ก็มีตัวเลือกมากมายให้คุณได้เลือกสรร อย่าลืมพิจารณาจากความต้องการของตัวเองเป็นหลัก และหากต้องการสินค้าคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า อย่าลืมนึกถึง iHAVECPU ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที ที่พร้อมจะช่วยให้คุณได้คีย์บอร์ดในฝันอย่างแน่นอน!

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคีย์บอร์ดมีไฟ 

คีย์บอร์ดมีไฟเหมาะกับการทำงานในที่มืดหรือไม่? 

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานในที่แสงน้อย เพราะช่วยให้มองเห็นตัวอักษรบนปุ่มได้อย่างชัดเจน ลดความผิดพลาดในการพิมพ์ได้อย่างดี

คีย์บอร์ดมีไฟใช้พลังงานเยอะไหม? 

ปริมาณไฟที่ใช้ไม่สูงมาก ถ้าเป็นแบบมีสายจะแทบไม่มีผลกระทบต่อการใช้งาน แต่สำหรับคีย์บอร์ดไร้สาย ไฟจะส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่

คีย์บอร์ดเกมมิ่งจำเป็นต้องมีไฟด้วยหรือเปล่า? 

ไม่ถึงกับจำเป็น แต่ช่วยเพิ่มอรรถรสและบรรยากาศในการเล่นเกมได้อย่างมาก อีกทั้งยังมีฟังก์ชันพิเศษที่ให้คุณตั้งค่าแสงไฟเฉพาะเกมได้ง่ายขึ้น

ทำไมคีย์บอร์ดมีไฟถึงมีราคาแตกต่างกัน? 

ราคาแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยหลัก เช่น ชนิดของสวิตช์, ประเภทของไฟ RGB, วัสดุที่ใช้ผลิต รวมถึงยี่ห้อและฟีเจอร์เสริมต่าง ๆ

คีย์บอร์ดไร้สายมีไฟเหมาะกับใคร? 

เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความสะดวกสบาย ต้องการจัดโต๊ะคอมให้ดูเรียบร้อย หรือผู้ที่ต้องพกพาไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ ครับ

 

Recent Posts
Latest Blog
คีย์บอร์ด 100% คืออะไร? คู่มือการเลือก Keyboard Full Size
24 พ.ค 2569
Latest Blog
โน๊ตบุ๊คถอดจอได้ คืออะไร? ตอบโจทย์การใช้งานกับใครบ้าง
24 พ.ค 2569
Latest Blog
เมาส์ค้าง แก้ยังไง? วิธีตรวจสอบด้วยตัวเอง
24 พ.ค 2569
Latest Blog
Laptop กับ Notebook ต่างกันยังไง? ไขข้อสงสัยที่อาจเข้าใจผิด
24 พ.ค 2569
Latest Blog
แล็ปท็อปกับแท็บเล็ต ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้แบบไหนให้ตอบโจทย์
24 พ.ค 2569