
Mechanical Keyboard คืออะไร ทำไมน่าสนใจสำหรับชาวเทค!
ช่วงนี้หลายคนน่าจะเห็นคำว่า ‘Mechanical Keyboard’ มากขึ้นเรื่อย ๆ จนสงสัยว่า Mechanical Keyboard คืออะไร แตกต่างจากคีย์บอร์ดทั่วไปที่ใช้กันมาอย่างไร ทำไมถึงกลายเป็นกระแสนิยม และใครกันที่เหมาะกับการเลือก Mechanical Keyboard ประเภทต่าง ๆ ไปใช้มากที่สุด วันนี้เราเตรียมข้อมูลของคีย์บอร์ดประเภทนี้มาให้คุณได้รู้จักมากขึ้นไปพร้อมกันแล้ว
สำหรับ Mechanical Keyboard คือ คีย์บอร์ดกลไก ที่ใช้สวิตช์กลไกใต้ปุ่มคีย์บอร์ดแต่ละปุ่ม แทนการใช้แผ่นยางในแบบที่คีย์บอร์ดทั่วไปใช้ ซึ่งจุดนี้เองที่สร้างความแตกต่างให้กับคีย์บอร์ดประเภทนี้ และนอกจากนี้ยังมีอะไรน่าสนใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ประเภทนี้บ้าง มาดูกัน
ปกติการกดคีย์บอร์ดก็อาจไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก แต่ถ้าถามว่า Mechanical Keyboard ดียังไง คำตอบหลัก ๆ ก็เป็นเพราะคุณสามารถเลือกสัมผัสของการพิมพ์หรือใช้งานได้นั่นเอง โดย Keyboard Mechanical คือ การออกแบบให้คุณสามารถเลือกได้ทั้ง สวิตซ์แบบ Linear ที่ไม่มีเสียงหรือแรงต้านทาน สวิตซ์แบบ Clicky ที่มาพร้อมเสียงคลิกเมื่อกดลงไป เป็นคีย์บอร์ดของสายเกม เพราะช่วยเพิ่มจังหวะในการเล่นได้ดี และยังมีสวิตซ์แบบ Tactile ที่มาพร้อมแรงต้านทานเล็กน้อยให้พิมพ์สบายมือมากขึ้น หรือถ้าใครต้องการ Semi Mechanical Keyboard คือ มีทั้งปุ่มกลไก และส่วนที่เป้นยางอยู่ด้วย ก็มีให้คุณได้เลือกเช่นเดียวกัน
คีย์บอร์ด Mechanical คือ ตัวเลือกที่ขึ้นชื่อมากเรื่องของความทนทานในการใช้งาน เพราะมาพร้อมกลไกที่สามารถใช้งานได้อย่างน้อยกว่า 50 ล้านครั้ง ดังนั้นไม่ว่าจะเล่นเกมใส่อารมณ์มากขนาดไหน พิมพ์งาน ตัดต่อ เขียน Code ก็บอกเลยว่าพร้อมรับมือกับคุณอย่างแน่นอน
คีย์บอร์ดทั่วไปเมื่อซื้อมาแล้วก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้ แต่สำหรับ Mechanical Keyboard ในแต่ละรุ่นจากแต่ละแบรนด์ก็จะมาพร้อมการปรับแต่งที่ต่างกันไป เช่น การเปลี่ยนคีย์แคป เปลี่ยนกรอบ ปรับไฟ หรือตั้งค่าต่าง ๆ ตามต้องการ เรียกว่าตอบโจทย์คนชอบแต่งโต๊ะคอมพิวเตอร์มากขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว
หลังจากได้รู้แล้วว่า mechanical keyboard คืออะไร ต้องไม่พลาดที่จะเก็บข้อมูลเพิ่มว่า Mechanical Keyboard คือ คีย์บอร์ดที่มีหลากหลายขนาดให้เลือก ซึ่งจะมีขนาดไหนบ้าง และแต่ละขนาดมีรายละเอียดอย่างไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน มาดูกัน
สำหรับขนาดนี้จะมีปุ่มครบ 104 ปุ่ม มีปุ่มตัวเลข (Numpad) มีปุ่มลูกศร มีปุ่มฟังก์ชัน (F1-F12) ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปทั้งในบริษัท ห้าง ร้าน สำนักงาน หรือสถานศึกษา
Mechanical Keyboard ภาษาไทยที่ได้รับความนิยมหลาย ๆ ตัวมักเป็นขนาดนี้ โดยจะมีปุ่ม 87-88 ปุ่ม แต่ไม่มีปุ่มตัวเลข (Numpad) มีปุ่มลูกศร มีปุ่มฟังก์ชัน (F1-F12) มีขนาดเล็กกว่า Full-Size ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเหล่าเกมเมอร์ พร้อมช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานให้คุณได้มากขึ้น
คีย์บอร์ดที่มาพร้อมปุ่ม 68-84 ปุ่ม แน่นอนว่าไม่มีปุ่มตัวเลข (Numpad) บางรุ่นอาจจะไม่มีปุ่มลูกศร ไม่มีปุ่มฟังก์ชันบางปุ่ม มีขนาดเล็กกว่า TKL เหมาะสำหรับการเล่นเกม และคนที่มีพื้นที่โต๊ะค่อนข้างจำกัด
คีย์บอร์ดขนาดนี้มีปุ่ม 61-68 ปุ่ม ไม่มีปุ่มตัวเลข (Numpad) ไม่มีปุ่มลูกศร ไม่มีปุ่มฟังก์ชัน ถือว่ามีขนาดเล็กที่สุด เหมาะสำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ในขณะเดียวกันก็ช่วยในการประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานให้กับคุณได้อีกด้วย
นอกจากขนาดแล้ว Mechanical Keyboard คือ คีย์บอร์ดที่มาพร้อมตัวเลือกของ Keycap และ Switch ที่หลากหลายเช่นเดียวกัน ซึ่งมีแบบไหนให้คุณได้เลือกบ้าง มาเก็บข้อมูล เพื่อไปใช้ในการเลือกกันดีกว่า
สำหรับ Keycap หรือปุ่มกดของ Mechanical Keyboard นั้น จะมาพร้อมหลากหลายวัสดุให้คุณได้เลือกทั้งพลาสติก ABS ซึ่งนิยมมากที่สุด เพราะทนและไม่แพง พลาสติก PBT ทนทานกว่า ABS สัมผัสดีกว่า ราคาแพงกว่า พลาสติก POM ทนทานที่สุด สัมผัสลื่น ราคาแพงที่สุด และพลาสติก PC ใส ทนทาน ราคาปานกลาง
นอกจากเรื่องวัสดุแล้วยังมีในส่วนของโปรไฟล์ Keycap ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Cherry โปรไฟล์มาตรฐาน ปุ่มกดสูง OEM คล้าย Cherry แต่ปุ่มกดเตี้ยกว่า SA ปุ่มกดสูง ทรงกลม DSA คล้าย SA แต่เตี้ยกว่า และ XDA คล้าย SA แต่แบนราบ ใครเจอปัญหาคีย์บอร์ดพิมพ์ไม่ได้ บางครั้งอาจต้องเปลี่ยน Keycap เลือกใช้คีย์บอร์ดประเภทนี้เปลี่ยนง่ายกว่าแน่นอน
สำหรับ Switch ของคีย์บอร์ดประเภทนี้มีหลายแบบให้เลือกเช่นเดียวกัน โดยจะแบ่งตามสี และแต่ละสีก็จะมาพร้อมลักษณะการทำงาน เสียง และสัมผัสที่แตกต่างกัน ดังนี้
สีแดง (Red) เป็น Linear ไม่มีเสียง ไม่มีแรงต้านทาน
สีน้ำเงิน (Blue) เป็น Clicky มีเสียงคลิก มีแรงต้านทาน
สีน้ำตาล (Brown) เป็น Tactile ไม่มีเสียง มีแรงต้านทานเล็กน้อย
สีดำ (Black) เป็น Linear ไม่มีเสียง ไม่มีแรงต้านทาน แต่แรงกดมากกว่าสีแดง
นอกจากนี้ยังมีสีอื่นๆ เช่น สีเขียว สีเหลือง สีม่วง ซึ่งแน่นอนว่ากแต่ละสีมาพร้อมสเปคที่แตกต่างกันไป หากต้องการแบบไหนสามารถสอบถามกับทีมงานของ iHAVECPU เพื่อเลือกสวิตช์ที่เหมาะกับคุณที่สุดไปใช้กันได้เลย
Mechanical Keyboard คือ อุปกรณ์ที่กำลังได้รับความนิยม ใครที่กำลังอยากเลือกซื้อ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเลือกจากรุ่นไหน แบรนด์อะไรดี วันนี้เราเตรียมตัวเลือกคุณภาพ ที่ได้รับความนิยมมาฝากกันที่นี่เรียบร้อยแล้ว
Razer Huntsman Elite
Optical Mechanical Keyboard คือ การทำงานที่ล้ำมากขึ้นของ และถ้าคุณอยากใช้คีย์บอร์ดรุ่นนี้คือสิ่งที่คุณกำลังตามหา ซึ่งรุ่นนี้เป็นคีย์บอร์ดที่สวิตช์ทำงานรวดเร็ว แม่นยำ ทนทาน กันน้ำ และทำงานเงียบ ตามแบบฉบับของ Optical และยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ไฟ LED RGB ใต้ปุ่มกด ปุ่มปรับระดับความสูง และปุ่มมาโคร รับรองว่าใช้แล้วชอบกันแน่นอน
ราคา : 8,590 บาท
Ducky One 2 SF (Cherry MX Red)
คีย์บอร์ด TKL 68% ดีไซน์เรียบง่าย สวิตช์ Cherry MX Red กดลื่น ไร้เสียงคลิก มาพร้อมไฟ LED RGB ใต้ปุ่มกด ปรับแต่งสีได้ วัสดุ PBT ทนทาน สัมผัสดี รองรับการถอดเปลี่ยนคีย์แคป และใช้ซอฟต์แวร์ Ducky Macro Engine ตั้งค่ามาโคร ปรับแต่งไฟ RGB
ราคา : 4,990 บาท
Leopold FC660M (Cherry MX Blue)
คีย์บอร์ด TKL 66% ดีไซน์คลาสสิก สวิตช์ Cherry MX Blue กดมีแรงต้าน เสียงคลิกดัง ไฟ LED สีขาวสะอาดตา เพิ่มความมินิมอลให้พื้นที่โต๊ะ ใช้วัสดุ ABS ทนทาน รองรับการถอดเปลี่ยนคีย์แคป และมีซอฟต์แวร์ Leopold ตั้งค่ามาโคร ปรับแต่งไฟ LED
ราคา : 6,490 บาท
อยากได้ Mechanical Keyboard แวะมาที่ iHAVECPU รับรองว่าครบ จบ มีทุกรุ่น ทุกแบรนด์ ทุกราคาที่ต้องการเตรียมเอาไว้ให้คุณได้เลือกกันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมาพร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่น ๆ ให้คุณได้เลือก เพื่อเติมชุดคอมพิวเตอร์ของคุณให้ครบวงจร ทั้งหมดเป็นสินค้าคุณภาพ มีทีมงานมากประสบการณ์คอยให้คำแนะนำ จัดสเปคคอมพิวเตอร์ และช่วยเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณ
หากคุณต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาพูดคุยได้ผ่านแชทที่หน้าเว็บไซต์ หรือที่ LINE รวมทั้งติดตามข่าวสารอัปเดตผ่านทาง Facebook ของเรากันได้เลย
ความจริงแล้วไม่ว่าใครก็สามารถเลือกใช้งานคีย์บอร์ดประเภทนี้ได้ แต่การออกแบบนั้นมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักเล่นเกม นักพิมพ์ โปรแกรมเมอร์ เพราะเป็นกลุ่มที่อยู่กับคีย์บอร์ดเป็นเวลานาน ใช้งานหนัก ต้องการสินค้าคุณภาพมารองรับการใช้งาน
คีย์บอร์ดประเภทนี้มาพร้อมความแม่นยำ รวดเร็ว มีการตอบสนองที่ดี ทนทาน ให้สัมผัสการกดที่ดีมากขึ้น และยังมาพร้อมดีไซน์ที่สวย เพิ่มความดูดีให้กับมุมทำงาน และโต๊ะคอมพิวเตอร์ของคุณ
จุดแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดคือ Mechanical Keyboard ใช้สวิตช์กลไกใต้ปุ่มแต่ละปุ่ม แทนการใช้แผ่นยางในแบบที่คีย์บอร์ดทั่วไปใช้
ถือว่าการเล่นเกมเป็นเป้าหมายหลักของ Mechanical Keyboard เลยก็ว่าได้ ดังนั้นเกมเมอร์ส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้คีย์บอร์ดประเภทนี้กันแทบทุกคน




