Power Supply สีสายไฟ แต่ละสีใช้งานยังไง และวิธีตรวจสอบสายไฟ
เมื่อคุณเลือกที่จะใช้งานพาวเวอร์ซัพพลาย คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน เรื่องของการสังเกต Power Supply สีสายไฟเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะสายแต่ละสีมาพร้อมหน้าที่ และการทำงานที่แตกต่างกันไป หากเกิดปัญหาขึ้นการรู้ว่าสายสีไหนที่เป็นปัญหาจะทำให้คุณสามารถแก้ไขได้ง่ายดายมากขึ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักกันว่าสาย Power Supply มีอะไรบ้าง พร้อมวิธีการตรวจสอบสายไฟเพื่อดูแลความปลอดภัยในการใช้งานตลอดอายุการใช้งาน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับคอมพิวเตอร์สเปคแรงของคุณ
สำหรับ Power Supply สีสายไฟหลัก ๆ จะมีทั้งหมด 10 สีด้วยกัน ซึ่งแต่ละเส้นก็จะทำหน้าที่แตกต่างกันไป เมื่อรู้กันแล้วว่าพาวเวอร์ซัพพลาย มีหน้าที่อะไร ดังนั้นการเข้าใจหลักการทำงานของสายไฟแต่ละเส้นให้ชัดเจนสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้งานให้กับคุณได้อย่างแน่นอน
พาวเวอร์ซัพพลาย คอมทุกตัวต้องมีสายสีนี้ เพราะเป็นสายกราวด์ หรือสายดินนั่นเอง ซึ่งสายนี้มีเอาไว้เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วจากตัวเครื่อง ซึ่งจะนำกระแสไฟฟ้าไหลลงดิน ถ้าขาดสายสีนี้ไปอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตจากการเกิดไฟฟ้าช๊อตได้เลยทีเดียว
สายไฟมีแรงดัน +3.3 V ใช้เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อื่นอย่าง CPU
สายไฟมีแรงดัน +5 V ใช้เพื่อจ่ายให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้กำลังไฟนี้
สายไฟมีแรงดัน +12 V ใช้เพื่อจ่ายให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้กำลังไฟนี้
สายไฟมีแรงดัน -12 V ใช้เพื่อจ่ายให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้กำลังไฟนี้
สาย Power On ทำหน้าที่รับผิดชอบการเปิดและปิดเครื่อง
สายไฟมีแรงดัน +5 V Standby ทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายไฟแบบสแตนบายเพื่อรองรับส่วนที่ต้องการ
สาย Power Good
สายไฟมีแรงดัน +3.3 V Sense
Power Supply สีขาวเป็นสายไฟมีแรงดัน -5 V ใช้เพื่อจ่ายให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้กำลังไฟนี้
Power Supply หรือ PSU ไม่ได้มีแค่หน้าที่จ่ายไฟเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดสำคัญอย่าง “สีของสายไฟ” และ “ประเภทของขั้วต่อ” ที่ควรรู้ไว้ เพราะช่วยให้ติดตั้ง เปลี่ยน หรือแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่สายไฟเกิดความเสียหาย
สายไฟแต่ละสีถูกกำหนดให้ทำหน้าที่ต่างกัน เช่น สีเหลืองมักใช้จ่ายไฟ 12V ส่วนสีอื่น ๆ ก็จะมีแรงดันและหน้าที่เฉพาะของตัวเอง การเข้าใจพื้นฐานนี้จะช่วยให้ตรวจสอบระบบไฟได้ง่ายขึ้น
นี่คือขั้วต่อหลักที่สำคัญที่สุด ใช้สำหรับจ่ายไฟให้เมนบอร์ดโดยตรง โดยรูปแบบขั้วจะเหมือนกันแทบทุกรุ่น ทำให้สามารถจดจำและใช้งานได้อย่างมั่นใจ
สายไฟส่วนนี้มักเป็นสีเหลือง (และมีสายกราวด์ร่วม) ใช้จ่ายไฟให้กับ CPU โดยตรง ปกติจะมาในรูปแบบ 4 พิน เพื่อให้ซีพียูทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นขั้วต่อสำหรับเมนบอร์ดที่ต้องการพลังงานสูง เช่น เซิร์ฟเวอร์หรือระบบขนาดใหญ่ แม้คอมพิวเตอร์ทั่วไปจะไม่ค่อยใช้ แต่ในเครื่องระดับสูงก็เริ่มพบได้มากขึ้น
ขั้วนี้ใช้สำหรับจ่ายไฟให้การ์ดจอ เหมาะกับเครื่องที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น เกมมิ่งหรือกราฟิก หาก PSU จ่ายไฟได้เสถียร ก็จะช่วยให้การ์ดจอทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน
มักพบในอุปกรณ์รุ่นเก่า ใช้จ่ายไฟให้ฮาร์ดดิสก์แบบเก่า พัดลม หรืออุปกรณ์เสริมบางประเภท ปัจจุบันยังพบใน PSU บางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นมือสองหรือรุ่นเก่า
ใช้จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ SATA เช่น SSD และ HDD รุ่นใหม่ ถือเป็นมาตรฐานใน PSU ปัจจุบัน หากไม่มีขั้วนี้ มักเป็นรุ่นที่ค่อนข้างเก่าแล้ว
ส่วนใหญ่การตรวจสอบ Power Supply สีสายไฟ เพื่อแก้ไขให้ กลับมาเป็นปกตินั้นเป็นเรื่องที่คุณสามารถทำเองได้ แต่ถ้า PSU ดันเสียขึ้นมาแนะนำว่าการเลือกซื้อใหม่อาจคุ้มค่ามากกว่า ดังนั้นเรามาเก็บข้อมูลอาการผิดปกติ เพื่อนำไปใช้ดูแล PSU ของคุณกันดีกว่า
แม้ว่าอาจเป็นขั้นตอนที่ละเอียด แต่การถอดสายไฟของ PSU ออกมาทั้งหมดเพื่อตรวจสอบก็เป็นวิธีที่จะทำให้คุณเห็นถึงความผิดปกติขั้นพื้นฐานได้ง่ายดายมากที่สุด
แนะนำให้คุณนำสายไฟสีเดียวกันมาทดสอบโดยด้านหนึ่งเสียบเข้ากับช่องต่อสายของเส้นเขียว และอีกด้านหนึ่งเข้ากับช่องของเส้นดำ หากทุกอย่างปกติก็ถือว่ายังใช้งานได้ปกติ
วิธีการตรวจสอบแบบนี้ให้คุณนำสายไฟเข้ากับขั้วรับท้ายของ PSU และนำปลายอีกข้างหนึ่งเสียบเข้ากับปลั๊กไฟบ้าน เพื่อทดสอบการทำงานว่ายังปกติหรือไม่
สายที่จำเป็นสำหรับ PSU ทุกเครื่อง โดยให้คุณนำขั้ววัดไฟลบเสียบเข้าไปกับที่จ่ายไฟของสายสีดำ และขั้ววัดไฟบวกของสายสีแดง ไปเสียบกับขั้วจ่ายไฟสีเหลือง วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่า PSU นั้นสามารถจ่ายไฟออกมา 12V ถูกต้องหรือไม่
สายสีแดงคือส่วนที่คุณต้องตรวจสอบในวิธีการนี้ โดยนำมิเตอร์ไปเสียบเข้าขั้วจ่ายของสีแดง ส่วนขั้ววัดไฟลบของมิเตอร์ให้อยู่ที่เดิม ถ้าไฟออกมาเป็น 5V ถือว่ายังปกติ
หากพบว่า PSU จ่ายไฟออกมาสูงหรือต่ำกว่า 5V และ 12V นั่นแสดงว่ามีอะไรผิดปกติขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าสายดำยังดีอยู่ก็จะปลอดภัยจากอันตรายไฟรั่ว แนะนำว่าให้เลือกเก้าอี้เล่นคอมพิวเตอร์คุณภาพดีที่ไม่นำไฟช่วยเพิ่มความปลอดภัยไปอีกขั้น
เรื่องของสายไฟในอุปกรณ์อย่าง Power Supply นั้นต้องยอมรับเลยว่ามีหลากหลายเส้นและสี ทำให้หลายคนอาจเกิดความสับสน แต่เนื่องจากเป็นแหล่งจ่ายไฟที่สำคัญกับคอมพิวเตอร์จึงละเลยไม่ได้ ดังนั้นมาเพิ่มความง่ายดายในการใช้งานและดูแลด้วยการให้ทาง iHAVECPU ดูแลให้คุณ ตั้งแต่ขั้นตอนของการเลือกสเปค PSU ให้เหมาะกับกำลังไฟที่ต้องใช้ และทำการตั้งค่าเสียบสายทุกอย่างให้คุณแบบพร้อมใช้งาน ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาปรึกษาเรา รับรองว่าไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอน
หากคุณต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาพูดคุยได้ผ่านแชทที่หน้าเว็บไซต์ หรือที่ LINE รวมทั้งติดตามข่าวสารอัปเดตผ่านทาง Facebook ของเรากันได้เลย
ปัจจุบันสายไฟของ PSU นั้นมี 10 สาย ซึ่งแต่ละสีที่ต่างกันนั้นก็จะจ่ายไฟ และทำหน้าที่ควบคุมส่วนต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปนั่นเอง ซึ่งสีที่ใช้ในปัจจุบันคือ สายสีดำ สายสีส้ม สายสีแดง สายสีเหลือง สายสีฟ้า สายสีเขียว สายสีม่วง สายสีเทา สายสีน้ำตาล และสายสีขาว
เลือก Power Supply ที่ต้องการ เปิดเคสคอม และหาตำแหน่งวาง
ใส่ Power Supply และยึดไว้กับที่
เชื่อมต่อ Power Supply กับเมนบอร์ด โดยดูที่หัว 20/24 pin
ดูที่ Port 20/24 และทำให้เชื่อมต่อกัน
เชื่อมต่อสาย SATA จากเมนบอร์ดเข้า HDD หรือ SSD
ขั้วต่อสายไฟ CPU 8-PIN CPU สามารถแบ่งเป็น 4+4 PIN ใช้สำหรับจ่ายไฟให้กับ CPU
วิธีเบื้องต้นที่ง่ายที่สุดคือ เมื่อเริ่มใช้งานแล้วมีเสียงพัดลมแสดงว่า PSU ยังมีไฟเข้า แต่ถ้าสังเกตว่าพัดลมหมุนแต่ดูการใช้งานผิดปกติ ส่วนนี้อาจเป็นระบบภายในแนะนำว่าให้เรียกช่างมาช่วยตรวจสอบจะดีที่สุด




