พาวเวอร์ซัพพลาย หน้าที่มีอะไรบ้าง? เจาะลึกเรื่องคอมพิวเตอร์
สำหรับพาวเวอร์ซัพพลาย หน้าที่หลัก คือ เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้า ที่สามารถแปลงกระแสไฟ ให้เหมาะสมกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญกับคอมพิวเตอร์ประกอบที่อัปสเปคมาให้มีความเร็ว และแรงเป็นอย่างมาก พาวเวอร์ซัพพลาย ภาษาอังกฤษที่เรียกกันว่า Power Supply (PSU) จะมาพร้อมหน้าที่ที่มีความสำคัญมากแค่ไหน มีรูปแบบอย่างไรให้คุณเลือกบ้าง เรามาเก็บข้อมูลเพื่อทำความรู้จักอุปกรณ์ชิ้นนี้ให้มากขึ้นไปพร้อมกันดีกว่า
เรามาเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพาวเวอร์ซัพพลาย หน้าที่หลักของอุปกรณ์ตัวนี้กัน ซึ่งพาวเวอร์ซัพพลาย ทําหน้าที่อะไร คำตอบคือการใช้เพื่อจ่ายไฟ เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของคอมพิวเตอร์ ที่จะคอยส่งกระแสไฟไปยังส่วนต่าง ๆ ภายในคอมพิวเตอร์ ซึ่งการส่งไฟนั้นจะต้องผ่านการแปลงไฟบ้านที่มารูปรูปแบบกระแสสลับหรือ AC ให้กลายเป็นกระแสตรงหรือ DC เพื่อใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ ซึ่ง PSU นั้นจะแปลงกระแสไฟเป็น 3V, 5V หรือ 12V ได้ เพื่อให้เหมาะกับชิ้นส่วนแต่ละตัว แม้แต่จอมอนิเตอร์เองก็ยังใช้ไฟฟ้าจากอุปกรณ์ชิ้นนี้ได้
แม้ว่าพาวเวอร์ซัพพลาย หน้าที่จะมีเพื่อเป็นแหล่งจ่ายไฟเหมือนกัน แต่การเลือกใช้ในแต่ละประเภทก็ตอบโจทย์การใช้งานที่ต่างกัน ดังนั้นก่อนเลือกพาวเวอร์ซัพพลาย ราคาต่าง ๆ มาใช้ เรามารู้จักกับ PSU แต่ละประเภทกันก่อนเพื่อตามที่ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดไปใช้งานกัน
การเลือกตามประเภทของการต่อสายนั้นสำคัญกับทั้งความสะดวกในการใช้งาน และความสวยงามในการจัดวาง PSU ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
FULL-Modular
ตัวนี้เป็น PSU แบบไม่มีสายติดอยู่กับตัวเครื่อง ถอดสายได้ทุกเส้น ตามหาพาวเวอร์ซัพพลาย มือสองได้ไม่ยาก จุดเด่นคือความอิสระในการออกแบบเคส เลือกจัดวางและใช้งานได้ตามที่ต้องการ เหมาะกับคนที่ชอบตกแต่งและถนัดเรื่องการจัดสเปคคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง
SEMI-Modular
PSU ที่มีสายมาในบางประเภทเท่านั้น มีช่องให้สามารถเสียบเพิ่มเติมได้ เหมาะกับคนที่อาจมีแผนเพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ ในอนาคต แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้เหมาะกับการใช้อุปกรณ์เสริมเยอะ ๆ เพราะถือว่ายังสามารถเพิ่มสายได้ไม่มากเท่าแบบ FULL นั่นเอง
NON-Modular
PSU ที่มาพร้อมราคาที่ถูกที่สุด มีสายติดมากับเครื่องโดยตรง และไม่สามารถถอดเข้าออกเพื่อปรับเปลี่ยนได้ แน่นอนว่าไม่สะดวกเท่าแบบไร้สาย แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่า ทำให้คุณสามารถควบคุมงบได้ตามที่ต้องการ
ถ้าเลือก PSU จากประเภทนี้จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ AT กับ ATX ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้
AT
เป็นแหล่งจ่ายไฟที่นิยมใช้กันในช่วงปี 2539 มีปุ่มเปิดปิด พาวเวอร์ซัพพลาย มีหน้าที่อะไรก็ใช้งานเพื่อต่อตรงเข้ากับแหล่งจ่ายไฟ ซึ่งมีปัญหากับอุปกรณ์บางตัว เช่น HDD หรือ CPU เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ต้องใช้ไฟก่อนที่จะเปิดเครื่อง
ATX
ในปัจจุบันถือว่าคนหันมาใช้ประเภทนี้กันมากกว่า เป็นอีกขั้นจาก AT ไม่มีปุ่มเปิดปิด แต่ไปต่อตรงเข้ากับส่วนเมนบอร์ด เพื่อให้มีกระแสไฟเลี้ยงอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนที่จะปิดเครื่อง ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ได้ ซึ่งยังแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยต่าง ๆ เช่น ATX 2.01 แบบ PS/2, ATX 2.03 แบบ PS/2 และ ATX 2.01 แบบ PS/3
เมื่อโฟกัส PSU ตามประเภทของการใช้งานจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ DC และ AC แต่ละแบบมีความแตกต่างกัน ดังนี้
DC
เป็นแหล่งจ่ายไฟโดยตรงเพื่อทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าสลับจากไฟบ้านให้เป็นกระแสไฟฟ้าตรง และยังมีประเภทแยกย่อยแบ่งเป็น Switching power supply, Linear regulated, Unregulated power supply และ Ripple regulated power supply
AC
ตัวนี้เป็นแหล่งจ่ายไฟสลับ ทำหน้าที่เข้ามาจ่ายไฟสลับและปรับค่าความถี่ให้คงที่ และตรงกับความต้องการที่จะใช้งาน ซึ่งยังแบ่งเป็นประเภทแยกย่อยให้คุณได้เลือกคือ Single-phase output AC Frequency Conversion Power Supply, Three-phase output AC Frequency Conversion Power Supply และ Multi-mode 1 or 3 phase output AC Frequency Conversion Power Supply
มาปิดท้ายกันที่หลักการทำงานของ PSU เมื่อพาวเวอร์ซัพพลาย หน้าที่คือการเป็นแหล่งจ่ายไฟ แต่กระบวนการหน้าที่เหล่านั้นจะทำอย่างไรบ้าง คำตอบคือ ไม่ว่าจะเป็นแบบ AT หรือ ATX อุปกรณ์ตัวนี้ก็จะรับแรงดันไฟจาก 220-240 โวลต์ ผ่านการควบคุมแล้วส่งแรงดันกลับไปเพื่อเลี้ยงมอเตอร์ จากนั้นก็จะส่งแรงดันไฟอีกส่วนหนึ่งเข้าสู่หน่วยของการทำงานแปลงแรงดันไฟสลับให้เป็นกระแสตรง โดยไม่ต้องผ่านหม้อแปลงไฟ แต่ไปผ่านหม้อแปลงที่ทำหน้าที่แปลงไฟตรงสูงให้เป็นไฟตรงต่ำ ซึ่งจะมีชุดอุปกรณ์กำหนดแรงดันไฟฟ้าอีกหนึ่งชุดแปลงให้เป็น 5 และ 12 ก่อนที่จะส่งไปยังตัวจ่ายต่าง ๆ และยังสามารถตัดไฟเลี้ยงออกได้ทันทีที่มีอุปกรณ์โหลดไฟตัวใดตัวหนึ่งเสียหาย เพื่อป้องกันอุปกรณ์อย่างพวกชุดน้ำ การ์ดจอ RAM HDD SSD และพาวเวอร์ซัพพลาย เสียในส่วนอื่น ๆ ได้อีกด้วย
เมื่อมีคอมพิวเตอร์ประกอบหรือมาพร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ เสริมการทำงาน การมีพาวเวอร์ซัพพลายเอาไว้ใช้ส่งผลดีกับอุปกรณ์ทุกชิ้นของคุณอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่มั่นใจว่าสเปคคอมพิวเตอร์ของคุณนั้นเหมาะกับการเลือกใช้ PSU แบบไหนมากที่สุด แนะนำว่าให้ทีมงานจาก iHAVECPU แนะนำ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง พร้อมทั้งได้ของดีในราคามาตรฐานไปใช้กันอย่างแน่นอน
ดังนั้นหากคุณต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาพูดคุยได้ผ่านแชทที่หน้าเว็บไซต์ หรือที่ LINE รวมทั้งติดตามข่าวสารอัปเดตผ่านทาง Facebook ของเรากันได้เลย
PSU เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นกระแสตรงเพื่อจ่าย ให้กับอุปกรณ์อื่น เช่น เมนบอร์ด ซีพียู แรม ฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น
หลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท จากการต่อสาย คือ FULL-Modular, SEMI-Modular และ NON-Modular
ยกตัวอย่างราคารุ่นพื้นฐานอย่าง AEROCOOL UNITED POWER - 600W 80 PLUS WHITE ราคาเริ่มต้นที่ 1,390 บาท
ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าบ้านอย่าง AC ให้เป็นกระแสไฟฟ้าตรงอย่าง DC ทำให้คอมพิวเตอร์นั้นสามารถได้รับกระแสไฟฟ้าที่เหมาะสม เสริมประสิทธิภาพการทำงาน และยืดอายุการใช้งาน
สำหรับการต่อสายนั้นจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบแต่ละรุ่น และแต่ละประเภทให้ดี เพราะมาพร้อมความแตกต่างกัน ในส่วนนี้แนะนำว่าให้ทาง iHAVECPU ช่วยจัดการเพื่อความสะดวกในการใช้งานของคุณ




