
PCIe คืออะไร PCle 4.0 ทำงานอย่างไร แตกต่างกับ 3.0 ยังไงบ้าง
เมื่อต้องการซื้อ SSD หรืออุปกรณ์หน่วยความจำ พร้อมทั้งอุปกรณ์ที่ต้องมีการเชื่อมต่อต่าง ๆ ก็ต้องเจอเข้ากับ PCle ผ่านตากันมาบ้าง แต่ความจริงแล้ว PCIe คืออะไร ทำงานอย่างไร และมีแบบไหนให้คุณได้เลือกมาใช้งานบ้าง วันนี้เรามาเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสาย PCIe คืออะไรไปใช้งานกัน รับรองว่าช่วยให้คุณเลือกอุปกรณ์ที่ใช่ เจอได้ง่ายมากขึ้นอย่างแน่นอน
PCIe คือ หนึ่งในประเภทของการเชื่อมต่อ ย่อมาจาก Peripheral Component Interconnect Express โดยจะมาพร้อมความเร็วสูงในการโอนถ่ายข้อมูล มักพบได้ในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สมาร์ทโฟน และพวกระบบ Server ต่าง ๆ บ่อยที่สุด
หลักในการทำงานของ PCIe คือ การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด ระหว่างอุปกรณ์ที่รองรับ PCIe ด้วยกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมนบอร์ด การ์ดต่าง ๆ รวมทั้งพวกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่าง SSD เป็นต้น โดยการเชื่อมต่อนั้นใช้สัญญาณดิฟเฟอเรนเชียลเพื่อส่งข้อมูล ผ่านสายทองแดง และยิ่งถ้าใช้เป็น PCIe x16 คือ เลนขนาดใหญ่ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลให้คุณได้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องสเปคเร็วแรงมาใช้งาน
เมื่อ PCIe คือ ตัวเชื่อมต่อที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการโอนข้อมูล แล้วสายนี้ถือว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีมากน้อยแค่ไหน เรามาดูความสำคัญเพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกใช้ตัว PCIe 4.0 คือเริ่มต้น และแบบต่าง ๆ กัน
PCIe SSD คือ หนึ่งในประเภทการเชื่อมต่อของ PCIe เท่านั้น ตัวเลือกการเชื่อมต่อนี้ยังมีความสำคัญกับทั้งระบบคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ แอปพลิเคชันหลากหลาย ยิ่งใครต้องการข้อมูลกราฟิกหรือพวกอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ เยอะ ๆ สายนี้ยิ่งมีความสำคัญ และเพิ่มความสะดวกให้กับคุณได้มากขึ้นเท่านั้น
PCIe 5.0 คือ รุ่นใหม่ของความเร็วในการเชื่อมต่อที่เหนือระดับมากขึ้น แต่ต่อให้คุณเลือกใช้ PCIe รุ่นอื่นก็ยังถือว่ามาพร้อมจุดเด่นในเรื่องความเร็วกว่าพวกอินเทอร์เฟซอย่าง USB หรือ SATA ดังนั้นถ้างานที่ทำต้องการความสามารถในการประมวลผลที่สูง ต้องใช้แบนด์วิธจำนวนมาก แนะนำว่าให้เลือกใช้ PCIe จะเหมาะและคุ้มที่สุด
หากคุณเป็นสายเกม หรือไม่ชอบใช้งานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วเกิดการสะดุด ติดขัด PCIe ก็คือคำตอบและมีความสำคัญกับคุณเช่นเดียวกัน ยิ่งสายสตรีมมิ่งห้ามพลาดที่จะเลือกใช้ เพราะจะทำให้ทุกความเคลื่อนไหวไม่มีสะดุด ต่อให้ใช้ PCIe x1 คือ ตัวเลือกที่ยังสามารถเพิ่มความเร็วให้คุณได้เช่นกัน ดังนั้นเลือกให้ซัพพอร์ตไปกับสเปคคอมพิวเตอร์ส่วนอื่น ๆ จะทำให้การใช้งานของคุณดีขึ้นแน่นอน
ต่อให้คุณต้องเชื่อมต่อแบบเดิม ๆ กับพวก USB หรือ SATA การเลือกใช้ Mini PCIe คือ ทางเลือกที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วได้ ยิ่งใครต้องเชื่อมต่อ หรือพ่วงหลายอุปกรณ์หลายอย่างให้ทำงานพร้อมกันยิ่งต้องใช้ เพราะช่วยเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้
หากคุณเป็นบริษัท โรงงาน หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ การใช้พลังงานจากอุปกรณ์หลาย ๆ ชิ้น เมื่อใช้รวมกันแล้วค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะสูงมากขึ้น ดังนั้นถ้ามีอุปกรณ์อย่าง PCIe x4 คือ ตัวช่วยที่ดีที่จะเข้ามาทั้งเพิ่มความเร็ว ไปพร้อมกับการช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไปในเวลาเดียวกัน
สำหรับ PCIe gen3 คือรุ่นก่อนหน้าที่ในตอนนี้มีการพัฒนามาเป็น PCIe4 และ 5 กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทั้ง PCIe3 และ 4 นั้นสามารถทำงานร่วมกันได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากความเร็วของ PCIe4 ไปพร้อมกับการทำงานร่วมกับ PCIe3 แต่มีจุดที่ต้องรู้ก่อนใช้คือ ถ้าคุณใช้ PCIe4 จะทำงานพร้อมความเร็ว 8GT/s ในตอนที่คุณเลือกใช้สล็อค PCIe3 แบบ 16GT/s และยังถือว่าบางรุ่นไม่สามารถซัพพอร์ตกันได้ ถ้าต้องการให้ทำงานร่วมกันนั้นจะต้องวางแผนเรื่องความเข้ากันของฮาร์ดแวร์ชนิดต่าง ๆ ทั้งซีพียูและส่วนอื่นกันให้ดี เพราะไม่อย่างนั้นสุดท้ายอาจกลายเป็นต้องกลับมาใช้อันเดิม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ยกชุดกันได้เลยทีเดียว
ไม่ว่าตอนนี้คุณจะกำลังต้องการฮาร์ดแวร์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ตัวไหนก็ตามที่ iHAVECPU มีเตรียมเอาไว้ให้คุณได้เลือกซื้ออย่างครบวงจร เรียกว่ามาที่นี่ที่เดียวได้คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คแบบพร้อมใช้งานจัดเต็มกลับไปแน่นอน เรามีทีมงานมืออาชีพคอยให้คำแนะนำสเปคคอมพิวเตอร์ให้กับคุณ เพื่อให้คุณได้สินค้าคุณภาพมากที่สุดไปใช้งาน
โดยคุณสามารถเข้ามาเลือกสินค้าได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ iHAVECPU รวมทั้งยังสามารถสั่งสินค้าออนไลน์ได้จากช่องทางนี้เช่นเดียวกัน
การดูความแตกต่างนั้นจะสังเกตว่าแต่ละเจนเนอเรชั่นของ PCIe จะมีความเร็วขึ้นเป็น 2 เท่าของรุ่นก่อนหน้า เช่น PCIe 3.0 มีอัตราการถ่ายโอนข้อมูลที่ 8 GT/s ต่อวินาที ส่วนทาง PCIe 4.0 มีอัตราการถ่ายโอนข้อมูลที่ 16 GT/s และ PCIe 5.0 ที่ 32 GT/s เป็นต้น
ความแตกต่างที่สําคัญระหว่าง Peripheral Component Interconnect Express (PCIe) และ Peripheral Component Interconnect (PCI) คือ ความเร็วนั่นเอง เพราะ PCIe มีแบนด์วิดธ์ที่มากขึ้น ความเร็วในการส่งข้อมูลที่เร็วขึ้น และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ PCI
คุณสามารถใช้ PCIe 3.0 กับ 2.0 ร่วมกันได้ แต่ผลที่ตามมาคือความเร็วบัสจะต่ำลงนั่นเอง
สำหรับ x1 x4 x8 x16 นั้นคือจำนวนของเลนที่อยู่ใน PCIe แต่ละรุ่น ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพิ่มความเร็วให้กับคุณได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจะเลือกแบบไหนสามารถพิจารณาได้จากการใช้งาน




